วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2555

ขนมไทย ตอน ขนมพื้นเมืองภาคใต้ 3

เกี่ยมโก้ย (ขนมถ้วยเค็ม)


เกี่ยมโก้ยมักนิยมวางขายตามร้านกาแฟ จัดเป็นขนมพื้นบ้านชนิดหนึ่ง ที่ประชาชนนิยมซื้อหากินกับกาแฟเป็นอาหารมื้อเช้า  เกี้ยมโก้ยที่วางขายส่วนใหญ่นิยมบรรจุคงรูปในถ้วยตะไล พร้อมด้วยน้ำจิ้ม ปรุงรสบรรจุในขวดแก้วใส สำหรับบริการให้แก่ผู้บริโภคทั่วไป







ก้องถึ่ง

ขนมก้องถึ่งเป็นสินค้าที่สำคัญและเป็นของฝากจากจังหวัดพังงา ทานได้ทุกโอกาส







ขนมเต้าส้อ
เป็นขนมจังหวัดพังงา










บี้ ถ่าย บั๊ก
เป็นขนมหวานจังหวัดระนองที่รับประทานแล้วให้รสหวาน เย็นชื่นใจ นิยมบริโภคในท้องถิ่น





อาโป้ง


จัดเป็นขนมหวานจังหวัดระนอง  ภูเก็ต นิยมรับประทานร้อนๆ กับชา กาแฟในตอนเช้า
ขนมอาโปง หรืออาโป้ง หรืออาโป๊ง แล้วแต่สำเนียงที่เรียกมีรสชาติหวานมันเวลาทานแล้วมีกลิ่นหอมกะทิ  ส่วนที่ตรังก็มีขายบ้างเหมือนกัน หน้าตาขนมคล้ายกับขนมถังแตก ที่ไม่มีไส้ และรสชาติก็ต่างกัน นอกจากนี้ หากใครไปเที่ยวมาเลเซียแล้วก็อาจเจอขนมนี้เช่นกัน บางคนเค้าก็เรียกว่า ขนมเบื้องมาเลย์



อาโป้ง จ.ระนอง

อาโป้ง จ.ภูเก็ต

ขนมไทย ตอน ขนมพื้นเมือง ภาคใต้ 2

ยาหนม 


เป็นขนมชนิดหนึ่งที่นิยมทำในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งนิยมทำในงานใหญ่ ๆ เช่น งานแต่งงาน งานบวชนาค งานเดือนสิบ ฯลฯ งานใด ๆ เลี้ยงยาหนม ถือว่าเป็นงานใหญ่มาก เพราะการกวนยาหนมต้องใช้คนจำนวนมาก ยาหนมจึงมีศักดิ์ศรีสูงกว่าขนมประเภทอื่นๆ แต่ปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่อำเภอเกาะสมุย มีจำหน่ายทั่ว ๆ ไปตลอดปี
เหตุผลที่เรียกว่า  ยาหนม ผู้รู้ในสมัยก่อนให้เหตุผลว่า คำว่า ยาหนม น่ามาจากชื่อเต็มว่า พระยาหนม หรือพญาขนม ซึ่งหมายถึงยอดแห่งขนม หรือเจ้าแห่งขนมทั้งหลาย แต่ชาวใต้นิยมเรียกสั้น จึงตัดคำว่า พระ ออกเหลือแต่ ยา ตัดคำว่า ขะ เหลือแต่ขนม เมื่อผสมกันเกิดคำใหม่ว่า ยาหนม


ส่วนผสม
ยาหนม ๑ กระทะใบบัว มีส่วนประกอบดังนี้
๑. แป้งข้าวเหนียว ๔ กิโลกรัม
๒. น้ำตาลปี๊บ ๙ กิโลกรัม
๓. น้ำกะทิสดประมาณ ๗ กิโลกรัมซึ่งคั้นจากมะพร้าวประมาณ  ๓๐  ผลหรือมะพร้าวที่ขูดแล้วประมาณ ๑๐ กิโลกรัมคั้นเอาน้ำกะทิประมาณ ๑๕ ลิตร




วิธีทำ


สมัยก่อนใช้ข้าวสารเหนียว  แช่น้ำ  ๑ คืน แล้วบด แต่สมัยปัจจุบันมีแป้งข้าวเหนียวสำเร็จรูปขาย จึงใช้ แป้งข้าวเหนียว น้ำตาลปี๊บ  น้ำกระทิสด  ผสมกันลงในกะทะใบบัว ขยำแป้งและน้ำตาลให้เข้ากันอย่าให้เป็นก้อน ตั้งบนเตาไฟ ซึ่งขุดลึกลงในดินประมาณ ๑ ฟุตครึ่ง มีช่องใส่ฟืน ๓ ด้าน ตรงกลางเป็นที่ตั้งกะทะ ใช้ไฟอ่อน ๆ  ในการกวน  ถ้าไฟแรงขนมจะไหม้วัสดุที่กวนใช้ไม้พาย  มีด้ามยาวประมาณ ๑ เมตรครึ่ง ใช้เวลากวน ประมาณ ๕ ชั่วโมง จนขนมสีน้ำตาลแก่ปนดำก็ใช้ได้ ตักขนมใส่ภาชนะที่ต้องการ เช่นปี๊บ ถาด หม้อ กะละมัง แล้วแต่สะดวก บางแห่งจะใส่ถั่วลิสงคั่วลงไปด้วย  จะทำให้หอมและอร่อย ที่อำเภอเกาะสมุยปัจจุบันจะกวนยาหนมขายเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน จะซื้อรับประทานหรือเป็นของฝากได้ที่ท่าเรือเฟอร์รี่ ที่หินตาหินยายและที่ตลาด ได้ทุกวันเวลา








ฮวดโก้ย (ถ้วยฟู)




ใช้ในพิธีไหว้เจ้า และไหว้บรรพบุรุษ เพราะเชื่อว่าเป็นขนมที่มีชื่อเป็นมงคล






โกสุ้ย (ขนมถ้วยตะไลน้ำตาลแดง)

โกสุ้ย หรือโก่ซุ้ย เป็นขนมถ้วย ทำจากน้ำตาลแดง ตัวขนมมีสีน้ำตาล รสหวาน ลักษณะเหนียวหนึบหนับ กินกับมะพร้าวขูด







ขนมไทย ตอน ขนมพื้นเมืองภาคใต้ 1


ขนมกอและห์ หรือขนมกวน เป็นขนมหวานพื้นบ้านของชาวไทยมุสลิมในจังหวัดยะลา

ขนมกอและห์


โรตีปาแย

ส่วนใหญ่ชาวยะลาจะซื้อมารับประทานกับน้ำชากาแฟเป็นอาหารเช้า


ตาแปอูบีกายู
     
นิยมรับประทานกันในโอกาสสำคัญ  หรือโอกาสพิเศษต่างๆ ปัจจุบันมีการนำตาแปอูบีกายูไปชุบแป้งทอดก็จะได้อาหารหวานที่อร่อยไปอีกแบบของชาวยะลา






อาเกาะทุเรียน


อาเกาะทุเรียนเป็นอาหารหวานพื้นเมืองชนิดหนึ่งของชาวมุสลิม  ในจังหวัดปัตตานี ซึ่งนิยมรับประทานเป็นอาหารว่างกับน้ำชาหรือกาแฟ



หนมบอก (ขนมบอก)

ขนมบอก  หรือหนมบอก  เป็นขนมพื้นบ้านที่นับวันจะหากินไม่ใคร่ได้  (หากินได้ยาก)  และใกล้จะสูญหายไปจากวิถีชีวิตของคนใต้  ขนมบอกที่  บ้านพุมเรียง  อำเภอไชยา  จังหวัดสุราษฎร์ธานี  และหัวถนนนางงาม  อำเภอเมืองสงขลา  สิ่งที่แตกต่าง  คือ  เนื้อขนมที่มีองค์ประกอบจากแป้งที่แตกต่างกัน  กล่าวคือ  ขนมบอกของพุมเรียงจะทำจากแป้งข้าวเจ้าที่แต่งด้วยสีธรรมชาติจากดอกไม้  และใบไม้  กินคู่กันมะพร้าวขูดโดยคนที่ชอบหวานอาจโรยน้ำตาลทรายอีกสักเล็กน้อยก็จะอร่อยยิ่งขึ้น
ส่วนขนมบอกของสงขลาจะทำจากแป้งข้าวเหนียว  กินคู่กับมะพร้าวขูดเช่นเดียวกัน  และปรุงแต่งความอร่อยด้วยน้ำตาลทรายผสมงาขาวทำให้น่ากินยิ่งขึ้น








ข้าวเหนียวอัดหรือเหนียวเขียว 

เป็นขนมพื้นเมืองของชาวจีนในจังหวัดสตูล โดยเฉพาะชาวจีนในตำบลฉลุง และตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล นิยมรับประทานกับสังขยา

ขนมไทยตอน ขนมพื้นเมืองจังหวัดภูเก็ต ตอน 2


เต่เหลี่ยว




ขนมที่ได้รับเกียรติให้เป็นของไหว้อย่างหนึ่งของชาวจีนในภูเก็ต นั่นก็คือ เจ้าขนมหลากสี หลายรส ที่รวมๆ กันแล้วเรียกว่า เต่เหลี่ยว นั่นเอง


     ขนมชื่อจีนที่ว่านี้ ค่อนข้างจะแปลกไปกว่าขนมชนิดอื่นๆ อยู่สักหน่อย ตรงที่ไม่ได้เป็นขนมชิ้นเดียว หรือชนิดเดียว หากแต่เป็นการรวมเอาขนมชิ้นพอดีคำหลายๆ ชนิดมารวมกัน ซึ่งประกอบไปด้วย ขนมถั่วตัด หรือ เต้ายิ้งปัง, ขนมงาตัด หรือ มั่วปัง, ถั่วเคลือบน้ำตาล หรือ ซกซา, ฟักเชื่อม หรือ กวยแฉะ และขนมงาพอง หรือ โหงวจ๊งปัง ซึ่งเมื่อมารวมกันแล้ว จึงเรียกว่า เต่เหลี่ยว


     เต่เหลี่ยวนี้ นับเป็นขนมที่พิเศษตรงที่แม้จะมีลักษณะคล้ายของกินเล่น แต่ก็ยังได้รับเกียรติให้เป็นของไหว้อย่างหนึ่งไม่เคยขาดในประเพณีต่างๆ ของจีน ไม่ว่าจะเป็น ตั้งไหว้หน้าพระในวันพระของจีน คือ วันชุยอิด ขึ้น 1 ค่ำ และวันจับหง่อ ขึ้น 15 ค่ำ ของทุกๆ เดือน หรือตั้งไหว้ในวันสำคัญๆ เช่น วันตรุษจีน ไหว้พระจันทร์ ไหว้เทวดา เป็นต้น โดยเต่เหลี่ยวนี้นับเป็นขนมมงคลอย่างหนึ่งของชาวจีนที่ต้องมีไว้ไม่ได้ขาด เพราะพวกเขาเชื่อว่าเมื่อตั้งไหว้แล้วจะทำให้เกิดสิริมงคลกับตนเองและครอบครัว ทำให้ลูกหลานภายในบ้านมีความรักความสามัคคีเหมือนอย่างเต่เหลี่ยว ที่มีขนมหลายชนิดอยู่รวมกัน


     ว่ากันว่า เจ้าเต่เหลี่ยวนี้ ชาวจีนมณฑลฮกเกี้ยน บรรพบุรุษส่วนใหญ่ของชาวภูเก็ต เป็นผู้นำเข้ามาพร้อมๆ กับวัฒนธรรมจีนแบบต่างๆ โดยก่อนหน้านี้ ชาวจีนเขานิยมกินเต่เหลี่ยวเป็นของว่างคู่กับน้ำชา โดยเฉพาะในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่นตรุษจีน เพราะเต่ เป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน แปลว่า น้ำชา ส่วน เหลี่ยว แปลว่า ของแกล้ม ของกินเล่น เพราะฉะนั้น เต่เหลี่ยว จึงหมายถึงขนมที่ใช้กินเล่นคู่กับน้ำชา เปรียบเหมือนสมัยนี้ที่คนนิยมกินเค้ก กินเบเกอรี่ คู่กับกาแฟนั่นเอง แต่เมื่อเต่เหลี่ยวเดินทางเข้ามาในภูเก็ต เจ้าขนมหลากสีสันชนิดนี้ก็ได้เปลี่ยนฐานะไปเป็นของไหว้อย่างหนึ่งที่สำคัญของคนจีน และยังคงอยู่คู่กับหน้าพระ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนจีนเคารพนับถือตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้


     และแม้ว่าจะยกฐานะเป็นของไหว้แล้ว แต่เมื่อยกลงมาจากหน้าพระ เต่เหลี่ยวก็ยังเป็นขนมชิ้นเล็กๆ ที่ยังน่ากิน และเรียกความสนใจจากหลายคนได้เสมอ โดยเฉพาะคนที่นิยมกินขนมหรือผลไม้ที่ผ่านการไหว้พระมาแล้ว เพราะถือว่าจะทำให้โชคดี เหมือนที่คนจีนภูเก็ตชอบพูดว่า “ขอให้โป้ปี่ เป้งอ้านๆ” หรือแปลว่า กินแล้วก็ขอให้โชคดี ขอให้ชีวิตมีแต่สิ่งดีงาม… แต่น่าเสียดายที่ลูกหลานชาวจีนรุ่นหลัง ไม่ค่อยจะรู้จักทั้งหน้าตา และชื่อของขนมชนิดนี้กันสักเท่าไรนัก




ขนมป่าวหล้าง




     
เกียดหล่องเตี่ยว


บางคนเรียกเก็ตห่องเตี๋ยว เกียดหล่องเตี่ยว ตามแต่จะออกเสียงแตกต่างกันไป แต่ก็หมายถึงขนมทำจากแป้งสีขาวยาวเรียวเช่นเดียวกัน เก็ตหล่องเตี๋ยวบางคนเรียกไข่คนถ้าว (ไม่แปลให้ไปหาความหมายกันเอาเอง) ด้วยลักษณะที่นวน (อ่อน) ยอบแยบไข่คนถ้าว หรือว่าเก็ตหล่องเตี๋ยวนี้ มีส่วนผสมคือ แป้งขนมโก๋ (ใช้แป้งสาลีตราว่าว ผสมแป้งมันตรากุหลาบ) น้ำตาลปี๊บ น้ำนมแมว น้ำ น้ำตาลแบะแซ




ขนมหน้าแตก


ขนมหน้าแตก


ขนมสี่ขา : ขนมสี่ขา หรือเบเฮ่จี่ ลักษณะคล้ายปาท่องโก๋หรือเจียะโก้ย แต่ปิดตัวแป้งให้เป็นเกลียวมีลักษณะเป็นสี่ขา โดยที่ตัวแป้ง มีเกร็ดน้ำตาล เมื่อรับประทานจะมีรสหวานอร่อย


ผ้างเปี้ย : ทำด้วยแป้งนำไปอบ ลักษณะเป็นรูปกลมๆ ข้างในกลวง และทาน้ำตาลไว้บางๆ

หม่อหล้าว : หม่อหล้าว หรือขนมงาพอง เป็นขนมท่อนยาวทรงกระบอกข้างในกรวง ข้างนอกกรอบโรยงาไว้ รสชาติหวาน

บั้นเจียนโก้ย : บั้นเจียนโก้ย มีลักษณะคล้ายขนมถังแตก ตัวขนมเหมือนฟองน้ำ มีรสชาติหวาน นิยมทานกับกาแฟในตอนเช้า


บะจ่าง : บะจ่างเป็นข้าวเหนียว ที่นำไปผัดกับซีอิ้ว แล้วนำมาห่อ ด้วยใบจ่าง(ใบจากตากแห้ง) โดยยัดไส้หมู กุ้งแห้ง และไข่ ไว้ข้างใน


กี่จ่าง : กี่จ่าง หรือขนมจ้าง ทำจากข้าวเหนียวแช่น้ำด่างห่อใบไผ่นึ่ง รสชาติหวานนิดๆ รับประทานกับน้ำตาลทราย

เปาล้าง : เปาล้างคือข้าวเหนียวปิ้งไส้มะพร้าว ผสมกับกุ้ง พริกไทยและหัวเปราะ คาดว่าเป็นขนมที่ได้รับอิทธิพล มาจากมาเลย์ เพราะที่มาเลเซีย ก็มีขนม ชนิดนี้เหมือนกัน

ขนมไทย ตอน อาหารพื้นเมืองจังหวัดภูเก็ต



ตู่โบ้ :

ตู่โบ้ หรือรวมมิตร กะทิ เป็นของหวานชนิดหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยมันต้ม เผือก ฟักทอง และถั่วแดง เม็ดเล็กๆ (คนภูเก็ตเรียกว่า ถั่วย้อแย้)


ตู่โบ้









ขนมหัวล้าน เป็นขนมพื้นบ้านภาคใต้ชนิดหนึ่ง ทำจากแป้งข้าวเหนียวห่อไส้ที่ทำมาจากถั่วเขียวนึ่งบด กวนกับมะพร้าวขูดและน้ำตาล ปั้นเป็นรูปกลม นำไปนึ่งให้สุก ราดด้วยกะทิ ถ้าไม่นึ่งแต่นำไปทอดเรียกขนมหัวล้านทอด



ขนมหัวล้าน






ขนมเต้าส้อ ขนมพื้นเมือง ดั้งเดิมของชาวภูเก็ตขนมเต้าส้อ หรือ ขนมเปี๊ยะเปลือกแป้งบางสูตรฮกเกี้ยน ไส้ทำจากถั่วเขียวบด เปลือกขนมทำจากแป้งสาลี มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีให้เลือกรับประทาน 2 รสชาติ เต้าส้อหวาน ไส้ทำจากถั่วเขียวบดคลุกเคล้ากับน้ำตาลแบะแซ กลิ่นหอมจากถั่ว รสหวานจากแบะแซ และ เต้าส้อเค็ม ไส้ทำจากถั่วเขียวบด คลุกเคล้ากับหอมเจียวเคี่ยว รสหวานจากแบะแซ ขนมเต้าส้อจะรสชาติดียิ่งขี้นเมื่อ
รับประทานคู่กับชาจีน

ขนมพื้นเมืองของชาวภูเก็ต มีที่มาจากชาวจีนโพ้นทะเลในมนฑลฮกเกี้ยน ได้อพยพเข้ามาทำเหมืองแร่ดีบุกในเมืองถลาง (ภูเก็ต) ประมาณปี พ.ศ. 2368 (รัชกาลที่ 3 ) ทำให้เกิดการเปลี่ยนผสมผสานขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม ระหว่างชนพื้นเมือง ชาวจีน ชาวยุโรป ดังปรากฏให้เห็น เช่น สถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีส ที่ถนนถลาง อีกทั้งวัฒนธรรมอาหารการกินขนมพื้นเมือง เช่น ขนมเต้าส้อ ที่ยังคงเอกลักษณ์ ในรสชาติความอร่อยไม่เปลี่ยนแปลง
ส่วนประกอบสำคัญ: แป้งสาลี, ถั่วเขียว , ถั่วดำ, ถั่วแดง, น้ำตาล, น้ำมันพืช








โอ้เอ๋ว หรือ โอ๊ะเอ๋ว เป็นอาหารท้องถิ่นของจังหวัดภูเก็ต ได้จากวุ้นของเมล็ดโอ้เอ๋ว (คล้ายเมล็ดแมงลัก Ficus pumila var. awkeotsang หรือ Ficus awkeotsang) ที่แช่น้ำแล้วใช้เมือกโอ้เอ้วมาผสมกับเมือกของกล้วยน้ำว้า ใส่เจี่ยกอเพื่อให้โอ๊ะเอ๋ว เกาะตัวเป็นก้อน นำมาใส่น้ำเชื่อมและน้ำแข็งใส กินแก้ร้อนใน และลดการกระหายน้ำ

ชาวภูเก็ตจะรับประทานโอ้เอ๋ว สามแบบ คือ โอ้เอ๋วใส่ถั่วแดงและเฉาก๊วย (ขาว ดำ แดง) โอ้เอ๋วใส่ถั่วแดง (ขาว แดง) และ โอ้เอ๋วใส่เฉาก๊วย (ขาว ดำ)บางคนนิยมใส่กล้วยและน้ำหวานด้วย แหล่งขายโอ้เอ๋วในจังหวัดภูเก็ตที่สำคัญคือ โรงหนังสยามเก่า และซอยหล่อโรงหรือตลาดฉำฉา

โอ้เอ๋วเป็นขนมหวานพื้นเมือง มีลักษณะเป็นวุ้นเหนียวราดน้ำเชื่อมใส่น้ำแข็งใส แต่ความจริงแล้วโอ้เอ๋วไม่ใช่วุ้น มีส่วนผสมหลักคือ กล้วยน้ำว้าผสมกับเมล็ดโอ้เอ๋ว (คล้ายเม็ดแมงลัก) โดยนำเมล็ดโอ้เอ๋วมาแช่น้ำ แล้วนำเอาเฉพาะเมือกมาใส่เจี่ยกอ (เป็นส่วนผสมสำคัญในการทำเต้าฮวยกับเต้าหู้) เพื่อให้โอ้เอ๋วเกาะตัวกันเป็นก้อนคล้ายวุ้น แล้วนำมารับประทานกับน้ำแข็งใส มีรสชาติหอมชื่นใจ โอ้เอ๋วนี้มีสรรพคุณแก้ร้อนในได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ คือ มีขายเฉพาะที่ภูเก็ตแห่งเดียวในประเทศไทย




 
โอ้เอ๋ว หรือ โอ๊ะเอ๋ว




ขนมเต่าสีแดง(อั่งกู้) งานพ้อต่อ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับงานนี้ก็คือ ขนมเต่าสีแดง หรือที่เรียกว่า อั่งกู้ เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของงานนี้เลย ซึ่งประชาชนจะทำมาเซ่นไหว้ ทำด้วยแป้งข้าวสาลี ผสมกับน้ำตาล ปั้นเป็นตัว หรือเข้าพิมพ์อัดเป็นรูปเต่า ขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้าง แล้วย้อมด้วยสีแดง บ้างคนที่มีฐานะทำมาถวายมีขนาดใหญ่มากๆ ถ้าคนทั่วๆไปก็จะทำอันเล็กๆมาถวาย

คนจีนนั้นนิยมว่า เต่าเป็นสัตว์อายุยืน การทำพิธีต่างๆ จึงนิยมนำเต่ามาเป็นส่วนหนึ่ง ของพิธีด้วย นัยว่าจะทำให้อายุยืนเหมือนเต่านั่นเอง

ความหมาย และความสำคัญของขนมเต่า
ขนมเต่า หรือ อ่างกู้ มาจากภาษาจีน อ่าง หมายถึง แดง ส่วน กู้ หมายถึง เต่า แปลว่า เต่าสีแดง เป็นขนมพื้นเมืองชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมในหมู่คนไทยเชื้อสายจีนทางภาคใต้ ซึ่งไม่มีเนื้อเต่าเจือปนแม้แต่น้อย แต่ขนมเต่า หรืออ่างกู้นี้จะทำจากแป้งข้าวสาลี ผสมกับน้ำตาลทราย ไม่มีไส้มีรสหวานจัด แล้วนำไปปั้นเป็นรูปเต่าขนาดต่างๆ จากนั้นจึงทาด้วยสีแดง ซึ่งมักพบเห็นในประเพณีที่เป็นมงคลต่างๆ ของชาวจีน โดยเฉพาะประเพณีผ้อต่อ (หรือวันสารทจีน เป็นเทศกาลงานบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้บรรพบุรุษ) ถือเป็นประเพณีหนึ่งของชาวไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ภูเก็ต ที่ได้นำขนมเต่ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องบวงสรวง จนกระทั่งกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ของงานนี้ เพราะชาวจีนเหล่านี้มีความเชื่อว่า เต่า เป็นสัตว์ที่มีอายุยืน ดังนั้นการทำพิธีต่างๆ จึงนิยมนำเต่ามาเป็นส่วนหนึ่งของพิธีด้วย ซึ่งมีความนัยว่าจะทำให้ตนเอง และสมาชิกในครอบครัวจะมีอายุยืนเหมือนเต่านั่นเอง

ความเป็นมาของขนมเต่า (อ่างกู้)

สำหรับขนมเต่า หรือ อ่างกู้ มีประวัติความเป็นมาจากความเชื่อหนึ่งของชาวจีน โดยเรื่องย่อมีเนื้อความอยู่ว่า เมื่อครั้งที่พระภิกษุชาวจีนมีชื่อว่า อีจิง ได้ออกเดินทางจากประเทศจีนเพื่อไปศึกษาพระพุทธศาสนา ณ แคว้นลังกา ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาในสมัยนั้น เพื่อที่จะกลับมาเผยแพร่ให้กับชาวพุทธในแผ่นดินที่ตนเกิดต่อไป

ในระหว่างการเดินทางครั้งนี้ พระภิกษุรูปนี้ได้แวะพักที่แหลมสุวรรณภูมิ หรือภาคใต้ของประเทศไทยในปัจจุบัน เพื่อรอคลื่นลมที่เหมาะสมในการเดินเรือไปยังแคว้นลังกา อีกทั้งยังได้ใช้เวลาทำการศึกษาภาษาสันสกฤต และวัฒนธรรมต่างๆ ของท้องถิ่นชาวสุวรรณภูมิอีกด้วย


เมื่อเวลาผ่านไปคลื่นลมได้สงบดีแล้ว เหมาะแก่การเดินทางต่อ พระภิกษุรูปนั้น พร้อมกับคณะจึงได้ออกเดินทางโดยเรือ เพื่อที่จะไปยังจุดหมาย ทันใดนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เกิดพายุโหมพัดรุนแรงจนทำให้เรือแตก และได้ลอยคออยู่กลางทะเล แต่ด้วยความที่มีใจหมายที่จะไปศึกษาพระธรรม ที่แคว้นลังกาให้ได้ ท่านอีจิงจึงได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า หากตนมีบุญพอที่จะไปเล่าเรียนพระธรรม เพื่อที่จะสืบสานคำสอนของพระพุทธองค์แล้วไซร้ ก็ขอให้รอดพ้นจากความตายในครั้งนี้ด้วย หลังจากนั้นได้มีเต่าตัวใหญ่โผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำ แล้วช้อนเอาร่างท่านอีจิงว่ายกลับเข้าสู่ฝั่งอย่างปลอดภัย

หลังจากที่รอดชีวิตมาได้ ท่านอีจิงก็ได้มาถึงที่หมาย ศึกษาพระพุทธศาสนา ณ แคว้นลังกา จนสำเร็จตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้ และด้วยความสำนึกในบุญคุณของเต่าใหญ่ที่ได้ช่วยชีวิตท่าน เมื่อครั้นเดินทางไปศึกษาพระธรรม ท่านอีจิงจึงได้ริเริ่มให้มีการทำขนมเต่าสีแดง หรืออ่างกู้ เพื่อเป็นเครื่องเซ่นไหว้ในประเพณีต่างๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีน ได้แก่ ประเพณีพ้อต่อ, ประเพณีกินผัก (เจ) เป็นต้น





ขนมเต่า







บี้ถ่ายบาก

บี้ถ่ายบาก หรือลอดช่องสิงคโปร์ เป็นของหวาน มีเส้นสีขาวและแดง ทานกับน้ำเชื่อมใสใส่น้ำแข็ง
ขนมบี้ถ่ายบาก




จี้โจ :

จี้โจ หรือจี่โจ เป็นขนมแป้ง คลุกงาทอด ข้างในมีไส้รสชาติค่อนข้างหวาน มีด้วยกันสามแบบ คือ ไส้ถั่วเหลือง ถั่วลิสง และถั่วดำ



ขนมจี้โจ้



ฮวดโก้ย :


ฮวดโก้ย หรือขนมถ้วยฟู ใช้ในพิธีไหว้เจ้า และไหว้บรรพบุรุษ เพราะเชื่อว่าเป็นขนมที่มีชื่อเป็นมงคล

 
ฮวดโก้ย




วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2555

ขนมไทย ตอน ขนมประจำจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 จังหวัด


1.จังหวัดอำนาจเจริญ ทองพับ
ทองพับ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาและคิดค้นกรรมวิธีการผลิตและคุณภาพ จากกลุ่มราษฎรในจังหวัด โดยทดลองปรับปรุงสูตรทำขนมจากเดิม ให้สอดคล้องกับรสนิยมของผู้บริโภคของคนในท้องถิ่น ปัจจุบันขนมทองพับเป็นที่นิยมของคนในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดใกล้เคียง






2.จังหวัดสุรินทร์ กาละแม (ศรีขรภูมิ)
กาละแม เป็นขนมไทยที่ใช้ในงานมงคล งานแต่งงานใช้ในขบวนแห่ขันหมาก เป็นของฝากที่เหมาะมอบให้กับคนรัก หรือผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพนับถือ เป็นขนมที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งได้ทำติดต่อกันมาร่วม 40 ปี และปัจจุบันถือว่าเป็นของฝากประจำจังหวัดสุรินทร์


3.จังหวัดร้อยเอ็ด นางเล็ด
ขนมนางเล็ด เป็นขนมที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน จำหน่ายเพื่อเป็นรายได้เสริมของครอบครัว มีส่วนผสมข้าวเหนียวตากแห้ง น้ำกะทิ น้ำแตงโม น้ำตาลเป็นหลัก คุณค่าทางอาหารให้พลังงานแก่ร่างกาย


4.จังหวัดนครพนม ขนมเทียนแก้ว
ขนมเทียนแก้ว เป็นขนมที่มีกลิ่นหอม ชวนรับประทานใช้ใบตองห่อหุ้มเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีขนาดเล็กพอเหมาะพอคำ ขนมเทียนแก้วกเป็นขนมพื้นบ้านที่ใช้ในงานพิธีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานบุญ ซึ่งมักจะตกแต่งในถาดที่ทำด้วยใบตองและประดับดอกไม้ให้ดูสวยงาม








5.จังหวัดนครราชสีมา ข้าวตังหมูหยอง
ข้าวตังหมูหยอง ได้รับความนิยมจากผู้บริโภครสชาติที่อร่อย ข้าวตังที่หอมซึ่งผลิตจากข้าวหอมมะลิชั้นดีโรยหน้าด้วยหมูหยองเป็นที่ถูกปากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ มีการส่งเป็นสินค้าไปยังต่าง

ข้าวตังหมูหยอง




6.จังหวัดชัยภูมิ ดอกจอก
ดอกจอก เดิมคือวัชพืชประเภทจอกและแหนที่เกิดตามห้วยหนองคลองบึง ซึ่งใบของดอกนั้นจะอัดเรียงกันสวยงาม มีกลุ่มชาวบ้านได้แนวคิดทำขนมในรูปแบบของดอกจอก ทำจากแป้งข้าวเจ้า น้ำตาล กะทิ เนย มีคุณค่าทางอาหารคือโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต ดอกจอกถือว่าเป็นขนมไทยดั้งเดิมชนิดหนึ่งเหมือนกัน

ดอกจอก


7.จังหวัดบุรีรัมย์ บุหงากระยาสารท
กระยาสารท เป็นขนมที่ทำด้วยงาและข้าวเม่าข้าวตอก กวนกับน้ำตาล แต่เดิมนิยมทำกันเฉพาะในเทศกาลเดือนสิบ ต่อมาลูกค้ามาสั่งซื้อเป็นของฝากตลอดทั้งปี จึงได้ทำขายอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน มีจำหน่ายทั่วไปในจังหวัดบุรีรัมย์


8.จังหวัดอุดรธานี มะพร้าวแก้ว มะพร้าวแก้ว เป็นขนมที่นิยมทำกินกันในครอบครัวและทำกันในช่วงเทศกาลสำคัญทางพุทธศาสนา ส่วนประกอบและวิธีการทำไม่ยุ่งยากมีเพียงมะพร้าวและน้ำตาล คนทั่วไปนิยมซื้อเป็นของฝาก ต่อมามีการเพิ่มรูปแบบให้มากขึ้นเช่น ทำเป็นแผ่น เป็นเส้น ผสมสีต่างๆ เพื่อให้ดูน่ารับประทาน








9.จังหวัดมหาสารคาม ขนมกระหรี่ปั๊ปไส้มันแถว
ขนมกระหรี่ปั๊ป เป็นขนมที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดมหาสารคามและเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป เนื่องจากไส้ทำด้วยมันแกวขูดเป็นฝอย รสชาติ หวาน หอม น่ารับประทาน


10.จังหวัดสกลนคร กล้วยตากแผ่น
กล้วยตากแผ่น เป็นการแปรรูปกล้วยน้ำหว้าให้เก็บไว้ได้นาน ระยะแรกทำเป็นกล้วยตากธรรมดาแต่ไม่เป็นที่นิยม จึงทดลองทำกล้วยตากแผ่นจนเป็นที่นิยมของลูกค้าและได้มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เรื่อยมา โดยแปรรูปเป็นกล้วยตากแผ่นแบบบางและหนา กล้วยอบน้ำผึ้ง กล้วยกวน กล้วยทอด มีคุณค่าทางอาหารคือ ให้วิตามิน A, B และ C


11.จังหวัดเลย มะพร้าวแก้ว
มะพร้าวแก้ว เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น แรกเริ่มทำมาเพื่อกินกันในครอบครัวและละแวกใกล้เคียง ต่อมาผลิตภัณฑ์มะพร้าวแก้วรสชาติอร่อยเป็นที่รู้จักมากขึ้นจึงได้ผลิตเพื่อจำหน่ายเป็นของฝากตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ส่วนประกอบง่ายๆ หาได้จากธรรมชาติ


12.จังหวัดหนองบัวลำภู กล้วยสุกทอด
กล้วย เป็นพืชที่อยู่คู่บ้านคู่ครอบครัวไทยมานาน ใช้ประโยชน์ได้นานาชนิด ระยะแรกไม่มีการแปรรูปผลผลิตกล้วยทำให้เน่าเสียและไม่ได้ราคา จึงได้คิดการแปรรูปกล้วยเพื่อเพิ่มมูลค่าและเก็บรักษาได้นานจึงทำเป็นกล้วยสุกทอด กล้วยทอด กล้วยฉาบ ต่อมาพัฒนาเป็นกล้วยอบเนยชนิดหวาน กล้วยอบชนิดเค็ม มีคุณค่าทางโภชนาการสูงคือแป้ง โปรตีน ไขมัน เส้นใยอาหาร เกลือแร่ต่างๆ เช่น แคลเซียม เหล็ก วิตามินซี เป็นต้น


13.จังหวัดศรีสะเกษ กะหรี่พัฟ
กะหรี่พัฟ มีส่วนผสมจากแป้งสาลี ทั้งแป้งนอก แป้งใน ไก่บด ผงกะหรี่ มีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เป็นขนมที่ขึ้นชื่อของจังหวัดศรีสะเกษ




14.จังหวัดกาฬสินธุ์ ขนมมัฟฟินข้าวโพด
ขนมมัฟฟินข้าวโพด เป็นขนมอบส่วนผสมเป็นแป้งเค้กและข้าวโพดเป็นหลัก รสชาติของขนมมีความหอมและหวานในรสชาติของข้าวโพด เป็นขนมที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เหมาะสำหรับเป็นของฝากแก่ผู้ที่มาแวะเยี่ยมจังหวัดกาฬสินธุ์




15.จังหวัดยโสธร ขนมเปียะ ขนมเปียะ จังหวัดยโสธร เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเป็นที่นิยมซื้อกลับมาเป็นของฝาก เนื่องจากรสชาติของขนมทั้งไส้และแป้ง หอมหวาน อร่อย คุณค่าทางอาหารก็มีครบทั้ง 5 หมู่ เป็นที่ยอมรับของผู้ที่แวะเวียนมาจังหวัดยโสธร


 

16.จังหวัดอุบลราชธานี ขนมข้าวเกรียบมันเทศ,ฟักทอง,กล้วยแต่งกลิ่นสมุนไพร
ขนมข้าวเกรียบมันเทศ,ฟักทอง,กล้วย เป็นอาหารแปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตร แล้วนำมาแต่งกลิ่นสมุนไพร เช่นใบกระเพรา มีคุณค่าทางอาหารให้โปรตีนคาร์โบไฮเดรตสูง ไม่มีสารปรุงรสอื่นที่เป็นอันตราย บรรจุถุงจำหน่ายแบบข้าวเกรียบดิบ หรือนำไปทอดจนสุกแล้วบรรจุจำหน่ายแบบข้าวเกรียบทอด มีการผลิตเพื่อการส่งออกอย่างกว้างขวาง


17.จังหวัดมุกดาหาร ขนมกะละแม ขนมกะละแม จังหวัดมุกดาหาร เป็นขนมโบราณของชาวมอญมีส่วนผสมของมะพร้าวเป็นหลัก มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีคุณค่าในตัวเอง คุณค่าทางอาหารให้พลังงานสูงพอเหมาะสำหรับเป็นของฝากได้ทุกโอกาส และทุกเทศกาล

ขนมไทยตอน ขนมไทยประจำจังหวัดภาคตะวันตก

ภาคตะวันออกหรือตะวันออกเฉียงใต้ 5 จังหวัด


1.จังหวัดระยอง ขนมฟัก
ขนมฟัก เป็นพื้นบ้านโบราณของชาวระยอง นิยมทำในงานบุญ เก็บไว้ได้นานมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายคือ ฟักมีความเย็นช่วยถอนพิษยาฆ่าแมลงที่ซึมสู่ร่างกายได้ แป้งและน้ำตาลให้พลังงานแก่ร่างกาย





ขนมฟักเขียว










2.จังหวัดปราจีนบุรี กระยาสารทสีทอง
กระยาสารทสีทอง เป็นขนมที่มีรสชาติหอมหวาน กรอบอร่อยเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป มีคุณค่าทางอาหารมากมายเช่น งาดำ งาขาว ถั่วลิสง ให้คุณค่าอาหารมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ลดคลอเลสเตอรอล มีโปรตีนช่วยบำรุงผมและข้อ คาร์โบโฮเดรตจากข้าว นิยมรับประทานคู่กับกล้วยไข่



3.จังหวัดชลบุรี ข้าวหลาม ข้าวหลาม เกิดจากวัตถุดิบและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นผสมกับภูมิปัญญาชาวบ้านที่ดัดแปลงเอาข้าวมาต้มใช้รับประทานได้ ต่อมาได้ใช้ข้าวเหนียวมาปรุงรสผสมกะทิใส่ถั่วดำ เป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวที่ซื้อรับประทานและนำมาเป็นของฝาก






4.จังหวัดตราด ขนมน้ำตาลชักหรือตังเม
ขนมน้ำตาลชักหรือตังเม เป็นขนมชนิดหนึ่งทำจากน้ำตาลหรือน้ำอ้อยที่เคี่ยวจนเหนียววิธีการทำขนมน้ำตาลชักหรือตังเมมีขั้นตอนที่สำคัญ 2 ขั้นตอนคือ การเคี่ยวน้ำตาลและการชักน้ำตาลหรือตีนวลซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ รสชาติหวาน หอม กรอบ สามารถเก็บไว้ได้นาน



5.จังหวัดสระแก้ว ทองม้วนชาววัง
ทองม้วนชาววัง เป็นขนมขบเคี้ยวที่เกิดจากการรวมตัวของสตรี " กลุ่มแม่บ้านนิคมทหาร " เพื่อเสริมอาชีพหลักหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร มีคุณค่าทางอาหารให้พลังงานและคาร์โบไฮเดรต

 

ขนมไทย ตอน ขนมไทยประจำจังหวัดภาคกลาง

ขนมไทยประจำจังหวัด


ภาคกลาง 21 จังหวัด

1.จังหวัดกำแพงเพชร กระยาสารท กระยาสารท เป็นขนมที่ทำกันในช่วงสารทไทย โดยทำจาก ข้าวตอก ข้าวเม่า ถั่วลิสง งา มาคั่วให้สุก แล้วนำมากวนกับน้ำตาลจนเหนียวติดกันเป็นปึก นิยมรับประทานกับกล้วยไข่ซึ่งปลูกมากในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร จึงถือว่าเป็นขนมประจำเมืองกำแพงเพชร




กระยาสารท


2.จังหวัดชัยนาท ขนมกง
ขนมกง คือขนมที่ใช้ในพิธีแต่งงานเพื่อให้ชีวิตดำเนินไปไม่ไห้สิ้นสุดส่วนผสมของขนมกง ประกอบด้วย ถั่วเหลือง น้ำตาล มะพร้าว น้ำตาล แป้ง และขนมกงยังมีคุณค่าทางอาหารด้านโปรตีน


3.จังหวัดนครปฐม วุ้นมะพร้าว วุ้นมะพร้าว เป็นการแปรรูปวัตถุดิบในท้องถิ่นที่มีอยู่จำนวนมาก และมีวิธีการทำคือ นำน้ำมะพร้าวน้ำหอมมาเป็นส่วนผสมในการทำวุ้นมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งมีรสชาติ หอม หวาน มัน มีคุณค่าทางอาหาร จึงเป็นที่นิยมรับประทานและเป็นของฝากประจำจังหวัดนครปฐม


วุ้นมะพร้าว






4.จังหวัดนครนายก เผือกเส้นทอดกรอบ เผือกเส้นทอดกรอบ เป็นการแปรรูปของผลิตผลทางการเกษตร เพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้า


5.จังหวัดนครสวรรค์ ขนมโมจิ ขนมโมจิ เป็นสัญลักษณ์ของชาวจังหวัดนครสวรรค์ โดยได้มีการพัฒนารูปแบบและรสชาติที่น่าอร่อยน่ารับประทาน ทั้งไส้ถั่วเขียว ไส้ถั่วดำ ไข่เค็มแดง อีกทั้งเนื้อแป้งยังนุ่ม หอม หวาน พร้อมด้วยคุณค่าทางอาหารทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน




ขนมโมจิ


6.จังหวัดนนทบุรี ขนมจ่ามงกุฎ ขนมจ่ามงกุฎ ในโบราณเป็นขนมที่ทำขึ้นเพื่อประกอบเครื่องคาวหวานในงานมงคลไม่ว่าจะเป็นงานบุญหรืองานประเพณีต่างๆ ของไทย การเลือกชนิดขนมมาใช้ในงานมงคลโดยมากจะเลือกจากชื่อขนมที่มีคำความหมายดีๆ ขนมจ่ามงกุฎ มีส่วนผสม ประกอบด้วย 3 ส่วน ส่วนตัวขนม ส่วนแป้งรองขนม และส่วนการแต่งขนม (ลูกกวาดแตงกวา)




7.จังหวัดปทุมธานี กาละแม กาละแม เป็นขนมไทยโบราณที่นิยมทำกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือวันปีใหม่ของไทยเพื่อใช้ในงานบุญและใช้แจกในงานเทศกาลแก่ญาติผู้ใหญ่และพี่น้อง กาละแม มีส่วนผสมประกอบด้วย ข้าวเหนียว น้ำตาลทราย กะทิ และน้ำสะอาดต้มสุก






8.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โรตีสายไหม โรตีสายไหม ตอนแรกมีส่วนผสมเพียงแป้งและน้ำตาล ต่อมาได้พัฒนาส่วนผสมผลไม้และสมุนไพร เช่น น้ำมะพร้าว งาดำ ส้ม องุ่น เป็นต้น จำเป็นที่ขึ้นชื่อและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และเป็นของฝากประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบันนี้






9.จังหวัดพิจิตร ขนมชั้น
ขนมชั้น ถือว่าเป็นขนมหวานที่ขึ้นชื่อของจังหวัดพิจิตร ในเรื่องของรสชาติและรูปแบบขนมชั้นมักนิยมในช่วงวันแต่งงาน วันพระ ส่วนผสมทำจากแป้ง น้ำตาลทราย และกะทิ สีสันของขนมอาจทำมาจากใบเตย ปัจจุบันทำมาดัดแปลงพับเป็นรูปดอกกุหลาบที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ของไทย


10.จังหวัดพิษณุโลก ขนมกล้วยตากบางกระทุ่ม
ขนมกล้วยตาก เนื่องจากมีกล้วยน้ำว้าเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงคิดวิธีทดลองถนอมอาหาร โดยการนำกล้วยสุกไปตากแดดเก็บไว้รับประทานและแจกชุมชนใกล้เคียงจนเป็นที่ติดปากและถูกใจ ในรสชาติต่อมาชาวบ้านได้ปรับปรุงและพัฒนาจนปัจจุบันเป็นของฝากที่ขึ้นชื่อของจังหวัดพิษณุโลก


11.จังหวัดเพชรบูรณ์ มะขามแปรรูป
มะขามแปรรูป ชาวบ้านใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการแปรรูปมะขามเพื่อให้สามารถเก็บรักษาไว้รับประทานได้นาน ซึ่งตอนแรกได้แปรรูปเป็นมะขามกวนปัจจุบันได้มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เรื่อยมาและเป็นของฝากที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเพชรบูรณ์


12.จังหวัดลพบุรี วุ้นมะพร้าวในน้ำเชื่อม
วุ้นมะพร้าวในน้ำเชื่อม ริเริ่มทำโดยข้าราชการบำนาญของจังหวัดลพบุรี วิธีการทำคือ ทำน้ำมะพร้าวให้เป็นชั้นวุ้นและนำมาแปรรูปในขวดแก้วออกจำหน่ายตามท้องตลาด ปัจจุบันได้มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์จนเป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย


13.จังหวัดสมุทรปราการ ขนมมะพร้าวแก้ว
ขนมมะพร้าวแก้ว เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นทำจากมะพร้าวและน้ำตาล ต่อมาได้เพิ่มสีสันลงไป วัตถุดิบหาได้ง่าย วิธีการทำก็ไม่ยุ่งยากเหมาะกับผู้ที่เริ่มหัดทำขนม อีกทั้งยังสามารถพัฒนารูปแบบให้มีลักษณะต่างๆ ได้อีกด้วย






14.จังหวัดสมุทรสงคราม ขนมจาก
ขนมจาก เป็นชื่อที่ใช้เรียกตามวัสดุที่ใช้ห่อขนม คือ ใบจาก เป็นขนมไทยพื้นบ้านที่มีประวัติยาวนานหลายชั่วอายุคน ต่อมาการทำน้ำตาลมะพร้าวลดน้อยลง ขนมชนิดนี้ก็หารับประทานได้ยากขึ้น แต่จะมีทำขายกันตามแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด




ขนมจาก




15.จังหวัดสมุทรสาคร ขนมหมี่กรอบไทยสูตรโบราณ
ขนมหมี่กรอบ เป็นขนมไทยโบราณที่สืบทอดกันมาช้านานโดยนิยมรับประทานกันเป็นอาหารว่าง สามารถหาวัตถุดิบในการผลิตได้ในท้องถิ่นคือส่วนผสมที่เป็นกุ้งก็มีแหล่งเลี้ยงกุ้ง ไข่เป็ดก็มีการเลี้ยงเป็ด และน้ำตาลมะพร้าวชาวบ้านก็ปลูกมะพร้าวกันอย่างมาก จึงเป็นปัจจัยหลักในการผลิตขนมชนิดนี้






ขนมหมี่กรอบ


16.จังหวัดสิงห์บุรี เค้กปลาช่อน
เค้กปลาช่อน มีส่วนผสม คือ แป้งสาลีเอนกประสงค์ น้ำตาลทราย ไข่ไก่ เนยสด นมสด เนื้อปลาช่อนที่ดับคาวแล้ว เค้กปลาช่อน เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและเป็นของฝากแก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี






17.จังหวัดสระบุรี กระหรี่พัฟ กระหรี่พัฟ เป็นขนมของว่างส่วนผสมของแป้งมีส่วนคือ แป้งนอกใช้แป้งสาลี น้ำ น้ำมัน พืช น้ำตาลทรายนำมาผสมกัน ส่วนแป้งในมีแป้งสาลีกับน้ำมันพืช ส่วนไส้ที่นิยมทำมี 2 ชนิดคือไส้ไก่กับไส้ถั่ว กระหรี่พัฟเป็นขนมที่มีคุณค่าทางอาหารครบ 5 หมู่






18.จังหวัดสุโขทัย กล้วยอบเนย กล้วยอบเนย มีกระบวนการผลิตที่ไม่ยุ่งยากมากนัก โดยใช้กล้วยน้ำหว้าสดพันธุ์มะลิอ่อนปอกเปลือกสไลด์เป็นแผ่นบางๆ สุดท้ายจะนำไปทอดในกระทะซึ่งมีเนยและน้ำตาลผสมอยู่ และความสะอาดที่สำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ทำให้กล้วยอบเนยได้รับการต้อนรับที่ดีจากตลาด


19.จังหวัดสุพรรณบุรี สาลี่
สาลี่ เป็นขนมที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป ซึ่งมีรสชาติ หอมหวาน อร่อย และอ่อนนุ่ม และมีคุณค่าต่อร่างกายมากมายอีกด้วย เพราะมีส่วนประกอบการผลิตขนมสาลี่นมสดกระชายดำ หรือสาลี่รสอื่นไม่มีการใส่สี และสารกันบูดแต่อย่างใด จนปัจจุบันขนมสาลี่เป็นที่นิยมมาก จนเป็นของฝากของจังหวัดสุพรรณบุรี




สาลี่


20.จังหวัดอุทัยธานี ขนมข้าวกุ้งกรอบ ขนมข้าวกุ้งกรอบ เกิดจากการหุงข้าวสวยจำนวนมากๆแล้วกินไม่หมดจึงนำเอาเครื่องปรุงมาผสมเพื่อให้เกิดรสชาติอาหารที่กลมกล่อมและแปลกขึ้น เช่น กระเทียม พริกไทย กุ้งแห้งป่น เกลือ น้ำตาล นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำไปผึ่งแดด ส่วนคุณค่าทางอาหารก็มากมาย เป็นขนมที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย จนทำเป็นของฝาก และเป็นขนมมงคลในงานประเพณีต่างๆ รสชาติติดปากและถูกใจต่อนักท่องเที่ยวที่มาแวะเวียน จนเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายและขึ้นชื่อของจังหวัด


ข้าวเกรียบกุ้งกรอบ




21.จังหวัดอ่างทอง ข้าวตังหน้าตั้ง
ข้าวตังหน้าตั้ง เป็นขนมไทยพื้นเมืองทำจากข้าวเหนียว ตอนแรกทำแต่ข้าวตังหน้าตั้งและต่อมาได้คิดดัดแปลงข้าวตังหน้าตั้ง จนกลายเป็นข้าวตังหมูหยองในปัจจุบัน จนกลายเป็นขนมไทยที่มีชื่อเสียงให้แก่ชาวอ่างทอง




ข้าวตังหน้าตั้ง